คณะสงฆ์ธรรมยุต จังหวัดชุมพร
วัดโพธิการาม  ตำบลนาทุ่ง  อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 86000
การเผยแพร่ธรรมยุตในจังหวัดชุมพร
การเผยแพร่ธรรมยุตในจังหวัดชุมพร
การเผยแพร่ธรรมยุตในจังหวัดชุมพร
จังหวัดชุมพ

 
    พระสงฆ์ธรรมยุตได้แผ่มาถึงเมืองหลังสวน ซึ่งปัจจุบันเป็นอําเภอหนึ่งของจังหวัดชุมพรเป็น ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยพระธรรมารามคณิสุปรีชา สังฆปาโมกข์ (หนู อชิโต) แต่เมื่อยังเป็น พระครูธรรมวิจิตร อุดมปัญญาปรีชามุนี เจ้าคณะเมืองหลังสวนในขณะนั้น เกิดความเลื่อมใสในพระสงฆ์ ธรรมยุต ได้ไปรับการญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา วชิรญาณวโรรส ขณะทรงดํารงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่น ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์แล้วกลับมาตั้งสํานัก สงฆ์ธรรมยุตขึ้นที่วัดดอนโตนด ในเมืองหลังสวน ต่อมาได้ขยายสาขาไปตั้งขึ้นที่วัดหน้าสักและวัดพระเนียด
พ.ศ. ๒๕๕๕ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ใน มณฑลปักษ์ใต้ เสด็จมายังเมืองหลังสวน เวลานั้นพระสงฆ์ธรรมยุตในเมืองหลังสวนตั้งมาได้ ๔ ปี มีวัด ธรรมยุต ๓ วัด ดังกล่าวมาแล้ว มีภิกษุสามเณรธรรมยุตรวมทั้งเมืองเพียง ๒๐ รูป มีพระครูธรรมวิจิตร อุดมปัญญาปรีชามุนี (หนู อชิโต) เจ้าคณะเมือง เป็นหัวหน้า
    ผลจากการที่มีพระสงฆ์ธรรมยุตแผ่มาถึงเมืองหลังสวนในครั้งนั้น ทําให้ภิกษุสามเณรพื้นเมือง เปลี่ยนแปลงการห่มผ้ามาเป็นห่มอย่างธรรมยุตกันทั้งเมือง ความนิยมห่มผ้าอย่างธรรมยุตดังกล่าวนี้ได้ แพร่ไปยังเมืองอื่น ๆ ด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีพระสงฆ์ไปตั้งสํานักขึ้นในเมืองนั้น ๆ เช่น เมืองไชยา เป็นต้น ดังปรากฏในระยะทางเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ฯ ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ว่า “พระมหานิกายใน เมืองหลังสวนห่มผ้าเอาอย่างพระธรรมยุตมานานแล้ว ทั่วทั้งเมือง จนลืมห่มวิธีอย่างมหานิกายเสียแล้ว ฯ รับเสด็จคราวนี้ ชะรอยจะเกรงพระบารมี ปรารถนาจะห่มอย่างพระมหานิกายแต่ห่มไม่เป็นเสียแล้ว ไม่มีประคดจะใช้ด้วยจึงทําเช่นนั้น (คือพาดสังฆาฏิ เอาอังสะรัดอก) ทอดพระเนตรเห็นทรงพระสรวล ตรัส ว่า ทรงทราบแล้วว่าพระมหานิกายเมืองนี้ครองผ้าเอาอย่างพระธรรมยุต เป็นแต่ไม่ได้ทรงนึกว่าเธอจะห่ม อย่างไรรับเสด็จ ทําอย่างนี้รุงรัง ไม่เป็นสมณสารูป ห่มอย่างเก่าไม่เป็นก็จงห่มตามธรรมเนียมที่เคยใช้ พอ ปลดอังสะรัดอกออกแล้ว ดูเรียบร้อยดี ทั้งห่มแหวกก็เรียบร้อย
    พระเถระผู้มีส่วนช่วยให้พระสงฆ์ธรรมยุตแผ่ขยายมากขึ้นในจังหวัดชุมพรอีกท่านหนึ่งก็คือ พระ อธิการน้อย สุมโน (บางแห่งว่า อุตโม) วัดบ้านนา อําเภอเมืองชุมพร พระอธิการน้อยอุปสมบทในคณะ สงฆ์พื้นเมืองมาก่อน จนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านนา รูปที่ ๑๐ ต่อมาเกิดเลื่อมใสในพระสงฆ์ธรรมยุต จึง ได้เดินทางไปญัตติเป็นธรรมยุตที่วัดท่าโพธิ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ แล้วอยู่ศึกษานัก ธรรมอยู่ ณ วัดท่าโพธิ์นั้น สอบได้นักธรรมชั้นตรีแล้ว จึงเดินทางกลับวัดบ้านนา จังหวัดชุมพร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ พระอธิการหิต ปฐโม ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านนาอยู่ขณะนั้น จัดให้พักอยู่ที่ศาลาโรงธรรม ใน ระหว่างที่สํานักอยู่ ณ วัดบ้านนานั้น พระอธิการน้อยก็เทศนาสั่งสอนญาติโยมตามสติกําลัง ปรากฏว่ามี ญาติโยมสนใจมาฟังธรรมกันมากทุกวัน เป็นเหตุให้พระอธิการหิต เกิดความสนใจและมาศึกษาข้อวัตร ปฏิบัติกับพระอธิการน้อยด้วย ก็เกิดความเลื่อมใสในพระสงฆ์ธรรมยุต จึงได้ญัตติแปลงเป็นธรรมยุต พระ ลูกวัดก็ได้ขอญัตติแปลงเป็นธรรมยุตด้วยทั้งวัด วัดบ้านนาจึงได้เป็นวัดธรรมยุตมาแต่ครั้งนั้น และเป็นวัด ธรรมยุตวัดแรกในอําเภอเมืองชุมพร
    ถึง พ.ศ. ๒๔๗๐ พระอธิการน้อยได้ไปตั้งสํานักพระสงฆ์ธรรมยุตขึ้นที่วัดเขาถล่ม ในเขตอําเภอ เมืองชุมพรอีกวัดหนึ่ง (ปัจจุบันเรียกว่า วัดอุทัยธรรม)
คณะธรรมยุตในจังหวัดชุมพรได้เจริญมั่นคงขึ้นโดยลําดับ ปัจจุบัน จังหวัดชุมพรมีวัดธรรมยุต ๑๔ วัด สํานักสงฆ์ ๑๘ สํานัก